วันพุธที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2553

.....ปลาทูที่รัก.....

.....ดิฉันเป็นคนเหนือมาตั้งแต่กำเนิด กว่าจะหาอาหารทะเลกินได้ยากแสนยาก ราคาก็แพงแสนแพง อีกทั้งยังเสี่ยงท้องเสียอาหารเป็นพิษกับสารกันเน่ากันบูดที่เค้าฉีดแถมมากับอาหารทะเลนั้นอีกล่ะ  เพราะฉะนั้นอาหารทะเลที่ได้กินประจำก็หนีไม่พ้น...ปลาทู(เข่ง)  แน่นอนค่ะ
....พอพูดถึงปลาทูก็ต้องนึกถึงคำพูดของแม่ที่มักบอกว่า"กิ๋นปลาทูน่ะดีละ  บ่อมีสารกั๋นบูดจะได้บ่อเสี่ยงลุต้องลุไส้"(กินปลาทูน่ะดีแล้ว จะได้ไม่เสียงท้องร่วงท้องเสียนะลูก)..อันนี้ไม่รู้ว่าแม่พูดปลอบใจรึเปล่า...
แต่ไหนๆตอนนี้ก็ได้มาอยู่ใกล้ๆกับทะเลทั้งที  ไม่อยากกินปลาทูเข่งอีกต่อไป  วันนี้เลยหาสูตรที่ใช้ปลาทูสดมาทำเป็นอาหารรับประทานดูบ้างค่ะ  แต่จะกินปลาทูทั้งทีก็ขอทำอะไรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหน่อยแล้วกันนะ ว่าแล้วก็เข้าครัวกันเลยค่ะ   วันนี้ขอเสนอ  เมนู " ต้มยำปลาทูสด"



ส่วนผสมดังนี้

ปลาทูสด 5 ตัว   ขิงอ่อนซอย 2 ช้อนโต๊ะ  ต้นหอมหั่นท่อนยาว 5 ต้น รากผักชี 3 ราก

หอมเล็ก 5 หัว   พริกไทยล่อน 10 เม็ด   กะปิ 2 ช้อนชา   พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแว่น 2 เม็ด

น้ำตาลปี๊บ 4 ช้อนโต๊ะ   น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ  น้ำมะขามเปียก 4 ช้อนโต๊ะ

น้ำเปล่า 3 ถ้วย   ผักชีโรยหน้า




วิธีทำ
1.โขลกรากผักชี พริกไทย หอมแดง กะปิรวมกัน พักไว้

2.ตั้งน้ำเปล่าให้เดือด ใส่เครื่องปรุงที่โขลกไว้ลงไป คนให้ละลาย ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำตาล น้ำปลา เมื่อหม้อเดือดแล้วใส่ปลาทูที่เตรียมไว้ (ล้างเมือกปลาทูออกด้วยน้ำเกลือ อย่าลืมควักไส้ออกด้วยนะคะ) ลงไปในหม้อ ทันทีที่ใส่ปลาทูลงไปในหม้อ ให้เบาไฟทันที เพราะหากต้มด้วยน้ำที่กำลังเดือดจะทำให้เนื้อปลาทูแตก เปื่อย ไม่สวย

3.ปิดหม้อไว้ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณ 20 นาที

4เมื่อปลาสุกให้ใส่ขิงซอย ต้นหอม พริกชี้ฟ้าแดง ปิดไฟ ตักใส่ชาม



Trip..D-D

วิธีเลือกปลาทูสด


ปลาทูสดลูกตาจะนูน ตาดำมีสีสดใส ส่วนหลังของลำตัวจะมีสีเขียวเป็นพื้น

ส่วนท้องจะมีสีขาว หรือสีเงิน หางปลายังมีสีเหลือง


ตามลำตัวมีเมือกลื่นๆ เหงือกมีสีแดงออกชมพู


ปลาไม่มีกลิ่น เนื้อแน่น


เมื่อใช้นิ้วกดที่กลางลำตัวแล้วปล่อยนิ้วออก


รอยยุบจะกลับคืนสภาพเดิมได้หมดหรือเกือบหมด


***ปลาทู มีส่วนประกอบของกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายสูง โดยเฉพาะไลซีน และทรีโอนีน ซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตในวัยเด็ก นอกจากนี้ยังมีโปรตีน และสารไอโอดีนสูง ซึ่งช่วยป้องกันโรคคอพอก
ในวัยผู้ใหญ่เองก็มีประโยชน์ไม่น้อยกว่ากัน นั่นคือ การกินปลาทูจะช่วยให้สติดีและชะลอความแก่ได้ เพราะว่าปลาทูมีสารช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวการสร้างริ้วรอย เมื่อรู้อย่างนี้แล้วยังจะพลาดเมนูนี้อีกหรือคะ.....



ที่มา: http://www.rssthai.com/ , http://board.palungjit.com/

1 ความคิดเห็น:

  1. รักปลาทูจังเลย เดี๋ยวจะเอาไปลองทำดู เหอะๆๆๆๆ

    ตอบลบ